| Chuchart's profileเป็ดพันอ้อย [[ความรักไม่...PhotosBlogLists | Help |
|
เป็ดพันอ้อย [[ความรักไม่มีเพศ คนเราต่างหากที่ไปกำหนดเพศให้มัน ทุกคนมีสิทธิ์รัก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รักไว้ครอบครอง]] T_TMarch 10 กำลังใจจากแม่ และพระอ้อย ขอบคุณมากจริงๆก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนในนี้ที่อวยพรวันเกิดให้ผม (ขอบคุณมากจริงๆครับ) ซึ่งบอกตรงๆว่าผมลืมไปเลยว่าวันนั้นเป็นวันเกิดถ้าผมไม่..................
อีสุกอีใส ซึ่งนั้นเป็นเหตุให้ผมต้องลาป่วย ไปสามอาทิตย์ และเป็นสามอาทิตย์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผม โดยเฉพาะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
แม้จะกินยานอนหลับไปเกือบครึ่งโหล แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ผมข่มตาหลับได้ ภาพเพื่อน พี่ น้อง และกัปตันที่ผมเคารพรัก ยังคงติดตาผม ......................................
ผมตื่นมาตั้งแต่เช้า เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ ผมไปถึงห้องลูกเรือเป็นคนแรก จากนั้นลูกเรือก็ทะยอยมาเรื่อยๆ จนลูกเรือชุด OG /ต มาถึง ผมทักทายรุ่นพี่ที่ผมสนิท "พี่เมย์ ไม่สบายหรือป่าวครับ
ทำไมหน้าซีดๆ" นี่คือคำที่ผมกล่าวทักทายเธอ "อืม พี่เป็นไข้น่ะ" เสียงของพี่เมย์ยังคงก้องอยู่ในหูผมแม้กระทั่งตอนนี้
เนื่องจากเขาเป็นเพื่อนที่ผมสนิทมากที่สุดในรุ่น ไม่มีเขาก็ไม่มีผมในวันนี้ "พี่เก่ง nice flightนะครับ" ผมกล่าวอำลา "อืม ตอนเย็นพี่โทรหานะ" ผมพยักหน้าก่อนยิ้มให้ "พี่ ไปแล้วนะคะ/ ครับ"เสียงน้องพิท น้องกิ๊ก น้องอิ่ม ลูกเรือใหม่ที่เพิ่งทำความฝันได้สำเร็จกล่าวอำลาผม "จ้า nice flight นะจ๊ะ"
ผมโบกมือลา ภาพทั้งหมดนี้เองที่ติดตาผมทั้งคืนแม้กระทั่งตอนนี้ ตอนที่ผมนั่งรถไปที่เครื่องนักบินไฟล์269 ทั้งคู่ติดรถไปด้วย ผมกล่าวทักทายพี่มนตรีด้วยความสนิทสนม "พี่ตรี พี่ไปทีจีแล้ว ผมก็ไม่เจอพี่อีกแล้วสิครับ" พี่มนตรียิ้มตามแบบของแกซึ่งรอยยิ้มนั้นเองที่ติดตาผม "ก็มาอยู่ด้วยกันสิ" พี่ตรีตอบกลับมาก่อนจะหัวเราะ
ผมไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่ามันจะมาเกิดกับพวกเขา เพื่อนของผม พี่ของผม น้องของผม ทุกคนคือคนที่ผมรัก ทำไม ทำไม ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ผมรับโทรศัพย์แจ้งข่าวนี้จากน้องคนนึง ตอนที่อยู่โรงบาล ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันรุนแรงขนาดไหน แต่เพื่อนบอกว่า แค่อุบัติเหตุธรรมดาเลยไม่คิดมาก จนมาดูทีวีที่โรงบาล ผมทรุดลงไปกับเพื่อนหลังไปครูดกับเก้าอี้จนทะหลอก แต่ผมไม่เจ็บ มันไม่เจ็บเท่าข้างในของผมตอนนั้น
ผมเดินตากฝนมาจากเซียร์ จนเกือบถึงหน้าดอนเมือง "ลูก อยู่ไหน กลับมาหาแม่" เสียงแม่ผมโทรตาม " แม่ หนู ขอนั่งตรงนี้ก่อนนะ" ผมนั่งที่ป้ายรถเมล์หน้าธนินธร โดยมีภาพต่างๆเข้ามาที่ในหัว เพื่อนๆโทรมาร้องไห้กับผม แต่ผมไม่ร้องอีกแล้ว หรือมันอาจไหลแต่ผมไม่รู้ เพราะน้ำฝนเองก็ไหลผ่านหน้าผมเรื่อยๆ
"พี่เมย์" พี่รู้ตัวหรือเปล่า ว่าพี่เป็นคนที่ทำให้ผมหลงรัก พี่อบอุ่น พี่ใจดี หนังสือที่พี่ให้ผมอ่านเพราะเห็นว่า ผมควรจะอ่านยังอยู่บนเตียงนอน พี่เคยบอกผมว่า
ชีวิตพี่ต่อสู้มาเยอะ ครั้งนี้ก็เช่นกัน พี่ต้องสู้ พี่ต้องทำให้ได้ พี่เก่งผมบอกพี่แบบนี้เสมอพี่จำได้มั๊ย พี่เป็นคนเก่ง ผมมีความสุขทุกครั้งที่บินกับพี่ พี่ถามผมว่าพี่ดุมั๊ย พี่สวยมั๊ย พี่เป็นเพอร์เซ่อร์ที่ดีมั๊ย "พี่เมย์ ผมอยากบอกว่า พี่เป็นเพอเซอร์ที่ดี พี่ทำดีแล้ว" พี่เมย์ ผมจะจำที่พี่สอนผม ผมจะจดจำรอยยิ้มที่พี่ยิ้มเสมอๆ
ผมขอให้พี่หายเร็วๆนะ ผมอยากจะไปหาพี่ใจจะขาด แต่ผมต้องทำหน้าที่ที่นี่ ทั้งที่ในใจผมไม่เหลือแล้วตอนนี้ ผมจะยิ้มให้ผู้โดยสารยังไง ผมจะหัวเราะกับเพื่อนได้ยังไง ผมจะล้อเล่นกับเด็กๆและผู้โดยสารได้เหมือนเดิมได้ยังไง พี่เมย์บอกให้ผมเข้มแข็ง ผมก็เข้มแข็งแล้วนะ พี่เมย์ ผมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังนะครับ T-T
แม่น้องทำให้แม่พี่ร้องไห้ กอดพี่แน่น ภาพที่แม่เดินตามหาน้องที่สนามบิน ภาพใบหน้าของแม่น้อง ทำให้พี่ร้องไห้โฮ แม่บอกให้ผมลาออก "หนูไม่รู้หรอกว่าหัวอกแม่เป็นยังไง ใจจะขาดเมื่อไม่รู้ว่าลูกเป็นยังไง หัวอกแม่ทุกคนไม่มีใครทำใจยอมรับได้หรอก แค่ลูกโดนรถเฉี่ยว ลูกลื่นล้ม
ลูกเจ็บแผล ลูกเป็นไข้ร้องทั้งคืน แม่ก็ใจจะขาดแล้ว แล้วนี่......."
น้องอยากเป็นนักบิน น้องอยากทำงานบนเครื่องบิน น้องก็ทำได้แล้ว น้องร้องเพลงเพราะ เสียงของน้อง จะขับกล่อมบนสรวงสวรรค์ให้เหล่าทวยเทพเคลือบเคริ้ม น้างฟ้าจะพากันห้อมล้อมน้อง เหล่าทวยเทพจะร่วมบรรเลงเพลงให้น้องขับกล่อม ถึงพี่จะไม่เคยบินด้วยกัน แต่พี่ก็รับไหว้น้องเห็นหน้าน้อง แค่นี้น้องก็จะตราตรึงในใจพี่ตลอดชีวิตแล้วหล่ะ
แต่แล้วพี่ก็แทบทรุด เมื่อเห็นผ้าคลุมศพ เขียนกับปากกาเมจิกว่า "พิทยา ว่องวันดี" ป้ายชื่อที่ใช้ตอนเทรนก็เขียนกับปากกาเมจิกสีน้ำเงินเช่นกัน สู้สุขคตินะครับ น้องพิท จงขับขานบทเพลงอันไพเราะ ท่วงทำนองอันเสนาะบนสรวงสวรรค์ ส่วนพี่ ทำได้แค่ไปเคารพศพและไปส่งน้องสู่สวรรค์ พี่จะจำเราไปตลอดชีวิตนะครับ น้องอิ่ม น้องบอกว่าน้องเป็นคนเชียงใหม่ เกิดเชียงใหม่ โตเชียงใหม่ เรียนเชียงใหม่ ไม่เคยจากเชียงใหม่ จนน้องจบแล้วได้งานที่นี่ นี่เป็นครั้งแรกที่น้องจากอกพ่อแม่มา อิ่มบอกว่าปีหน้าอิ่มจะรับปริญญา แล้วบอกว่าอาทิตย์พ่อแม่อิ่มจะมาเยี่ยม พี่พูดไม่ออก อิ่ม
มันจุกที่คอหอยพี่ มันเจ็บปวดจริงๆกับการรับรู้ว่าเราสูญเสียเลือดในอกไป อิ่มเป็นนางฟ้าน้อยๆ ปีกยังไม่แข็งดี พี่ขอให้อิ่มสู่สุขคตินะครับ อิ่มจะอยู่ในใจพี่เพื่อนและทุกคนที่นี่ตลอดไป
"เป็นยังไงบ้าง " ท่านย้ำอีกที "สบายดี ไม่เป็นไร" เสียงผมแหบพร่า เพราะฤทธิ์หวัด "นายไม่คิดจะบอกเราเลยใช่มั๊ยว่าอยู่เมืองไทย ทำงานที่ไหน ไม่คิดจะติดต่อเลยใช่มั๊ย นายมันก็ยังใจดำเหมือนเดิม"
อืมมันเจ็บพิลึก "แล้วท่านรู้ได้ไง" ผมถาม "เพื่อนที่บริษัทโทรมาบอกว่า โทรหานายไม่ได้ ไม่รู้นายไปเที่ยวบินนั้นหรือปล่าว เค้าขอเบอร์บ้านายจากเรา เราเลยรู้ว่านายอยู่ที่นี่ บริษัทนี้"
"อย่าว่าเราอีกเลย"
ผมขอร้อง เพราะไม่ไหวแล้ว สำหรับผมมันหนัก เพื่อนๆ ญาติๆโทรมาบอกให้ลาออก ถามถึงเรื่องต่างๆ ผมต้องเล่าเหตุการณ์ซ้ำเป็นร้อยเที่ยว
สื่อที่ให้ข่าวไม่เป็นจริง คนบางคนที่ซ้ำเติมให้เจ็บปวด
อนาคตที่ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป มันหนักหนาจริงๆ สำหรับผม "อือ ขอโทษ เราแค่เป็นห่วงนายมาก" ท่านให้กำลังใจ "เราหลับตาไม่ลงอ่ะท่าน ภาพพวกเค้ามันติดตา เราใจเสีย เราทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะมาเกิดใกล้ตัวเราขนาดนี้ ท่านเชื่อมั๊ย
เราเพิ่งเทรนเครื่องลำใหญ่เสร็จเมื่อวันก่อน เราได้ดูเทปอุบัติเหตุทางอากาศต่าง ๆ
แต่เราไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดกับเรา กับเพื่อนเรา"
" ท่านรู้มั๊ยว่าเราเสียใจแค่ไหน เราร้องไห้กับใครไม่ได้ เพื่อนๆโทรมาร้องให้กับเรา เราก็ต้องเข้มแข็งเป็นที่พึ่งของเค้า เราร้องให้แม่เห็นไม่ได้ด้วย มันอัดอั้น
เราระบายให้ใครฟังไม่ถูก" ผมเพ้อเจ้อออกมา
"ดีแล้วหล่ะโยม
โยมแม่จะได้ไม่ต้องห่วง อย่าลืมนะว่าโยมเป็นเสาหลักของบ้านนะ โยมไม่มีใคร โยมยังมีเรานะ" ผมปล่อยน้ำตาตรงนั้นเลยครับ
เหมือนได้ระบายกับคนคุ้นเคย กับเพื่อนรัก เหมือนได้ถ่ายเทความทุกข์ "
เราขอโทษนะท่าน กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำกับท่านไว้ เรายังรู้สึกผิดทุกครั้งที่นึกถึง ที่เราไม่เคยทำดีกับท่าน ท่านรู้มั๊ย
เรายังไปที่ทำงานเก่า ไปดูที่ที่เราเคยปีนขโมยขนม ไปนั่งริมสระ เราคิดถึงวันนั้น" "เรายังไม่ตายนะโยม โยมยังแก้ตัวได้ แต่กับคนที่ตายไปแล้ว มันแก้ไขอะไรไม่ได้ โยมก็ทำใจดีๆนะ" น้ำตาผมไหลมาเรื่อยๆ
แต่รู้สึกว่ามันไหลออกมาเฉยๆ บอกไม่ถูกเหมือนมันเก็บมาจากเมื่อวาน แล้วมันก็ไหลมาเอง
"ยัง ลาอยู่
ทำใจไม่ได้ เพราะเครื่องมันหน้าตาเหมือนกันหมด มันมีความทรงจำของพวกเค้าทุกที่ " "ท่านรู้มั๊ย ว่าผู้โดยสารใจร้ายแค่ไหน น้องๆ เพื่อนๆ โทรมาเล่าให้ฟังว่า ผู้โดยสารกระแหน พูด ซ้ำเติมตลอด พูดให้เจ็บใจ เราสูญเสียมากแค่นี้แล้วยังจะต้องให้เราเสียใจอีกแค่ไหน น้องเค้าต้องยืนร้องไห้ไปยิ้มไหว้ผู้โดยสารไป เราสงสารเค้าจับใจ " "อย่าไปโทษเค้าเลย เค้ามีสิทธิ์กลัว แต่เดี๋ยวก็ลืม คนไทยลืมง่าย"
ท่านบอกว่า "ถ้าไม่สบายใจก็มาหาเราได้ ที่นี่ยินดีต้อนรับ แล้วเราาจะโทรมาหาอีก" ผมยิ้มอุ่นใจก่อนจะวางสายไป
ถึงเวลานอนแล้วครับ ยังไงผมก็คงนอนไม่หลับอีกเหมือนเคย
ยังไงก็ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ มันไม่มีขายจริงๆ ผมหาทั่วเซเว่นแล้ว
ผมจึงต้องกลับมาตายรังที่นี่ แล้วก็ไม่เคยผิดหวัง ผมสัญญาว่าพรุ่งนี้ตื่นมา ผมจะเป็นลูกเรือ และจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด
จนกว่าเรื่องร้ายๆจะผ่านไป
แล้วหลังจากนั้น.......................................................... May 03 เป็ดพันอ้อยY O U a r e W h e r e I B e l o n g T o SUPER CLASSIC LOVE STORY กรูม่ายยยยช่ายยย เกย์ จะจีบทำม้ายยยย (เซ็งเป็ด อย่างแรงงงง) ตอนที่ 1 (ถ้าอยากให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้น กด Ctrl แล้วเลื่อนหรือสครอล mouse ครับ) .....เมิงขออะไรหน่อยได้มั๊ย...... คิดดูผมต้องทนกับคำพูดเล้าโลม เอ้ย แทะโลมแบบนี้เกือบทุกวัน
มีอยู่ครั้งนึงออกไปทำงานไฟล์เดียวกันต้องขับรถออกไปด้วยกัน และรอกว่าเครื่องจะลงก็ต้องนอนรอในรถ
เคยมีครั้งนึงเมื่อตอน เมษา ผมกลับบ้าน มันกลับบ้าน มันโทรมาบอกว่า ตอนแรกมันไม่ยอมเปิดประตูครับ เคาะกันข้อมือแดง หลังๆไม่ไหว ใช้ถีบ....จนสุดท้ายต้องบอกว่า...อ้าว ไม่อยู่เหรอ...งั้นกรูไปหล่ะ ....ยังไม่ทันหันหลังเลย ประตูเปิดผ่าง เกือบโดนหน้า "แมร่ง เมิงจะเล่นตัวทำเอี้ยอาราย เมิงดูข้อนิ้วก็แดงหมดแล้ว" "ก็เมิงไม่บอกว่าใคร กรูนึกว่าเป็นไอ้เติ้ลมาทวงค่าบอลกรู(ช่วงนั้นบอลโลกฟีเวอร์) โธ่ ไอ้เราก็นึกว่าเล่นตัวที่แท้เอือกหนีเจ้าหนี้
"เมิงห่วงกรูมั่งป่าว" พอกลับถึงบ้าน แม่ถามไปไหนมา รู้ป่าวลูก...(แม่เรียกมันลูกอ่ะ คิดดู ลูกผีลูกคนอ่ะดิ.)โทรหาได้สัก5-6 ครั้งได้มั้งทำไมไม่เอาโทรศัพท์ไป ผมนึกในใจ เอาอีกแล้วสาดดด อยากจะบอกแม่ว่าก็เพิ่งมาจากหอมันนั่นแหละ จะโทรทำเอี๊ยอะไร มือถือก็เอาไปจะโทรเข้าบ้านทำสามง่ามหาพระแสงอะไร มารู้ทีหลังมันอยากรู้ว่าผมแว๊บไปไหนรึป่าว จะบ้าตายกับมัน ผมคิดตอนนั้นคาดว่า ถ้าแผนนั้นไม่ได้ผล เห็นทีคงจะต้องจ้างการ์ดของนายกมาจัดการแมร่งนี้แล้วมั้ง ประมาณว่าพามันไปประท้วงม๊อบนายก พอใกล้นายกมาถึงก็ถีบมันออกไป ให้การ์ดนายกเหยียบ อิๆล้ำเลิศอีกแล้ว....... 10โมงผ่านไปยังไม่เห็นหน้ามัน ชักยังไงๆ เลยถามพี่เต้ยบอกเห็นไอ....รึป่าว พี่เต้ยก็นะ รู้เห็นเป็นใจส่งเสริมเด็กในทางผิด จะให้น้องโดนกินถั่วดำให้ได้ ล้อผมอีก หาว่าเป็นห่วงก็ทำไมไม่ยอมๆมันซะหล่ะ (พูดเหมือนบางคนในห้องนี้เลยอ่ะ) มันกลับยุดยาบอกว่ามีธุระที่บ้านวันพุธเย็นๆกลับ.. ตอนที่ 2 กลายเป็นกระทู้ที่น่ากลัวไป ณ บัดดล ตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นกระทู้ตัวเองได้รับความสนใจมากขนาดนี้
ตอนแรกๆเราพูดเพราะๆกันครับ ผม.. คุณ... ครับ แต่มันจะติดพูดคำว่าจ๊ะจ๋า ซะส่วนใหญ่ ซึ่งก็ชวนอ๊วกดีไม่น้อย ตอนนั้นบอกไม่ต้องพูดจะจ๋า ก็ได้ กรูไมใช่นักร้องคาเฟ่
หลังจากนั้นมันก็ทำเนียนมาตีซี้กับผมมากขึ้นครับ ถึงขั้นใช้อำนาจมืด ล๊อบบี้ให้หัวหน้า signงานคู่กับมันตลอด จนหลังๆ ที่ทำงานเริ่มล้อมากขึ้น พี่ๆเค้าจะเรียกผม น้องรัก และเรียกมันว่าน้องยม ซึ่งก็ไม่ชอบเลยครับ แต่ดูท่ามันจะดีใจไม่น้อยที่มีกองเชียร์หนุนหลังมัน ผมไม่เข้าใจทำไมต้องเชียร์ให้ผมกับเอากัน ผมบอกว่าเอ้ย กรูไม่ชอบกินถั่วดำนะเว้ยแมร่ง ตื้อกรูอยู่ได้ ...มันบอกว่า" กรูก็ไม่ชอบเหมือนกันแหละ กรูว่ากรูจะลองกินพร้อมเมิงนี่แหละ" แล้วก็ทำสายตาซอกซอนเข้าลึกทุกซอกมุม ผมทนไม่ไหว เกรงว่าถ้าขืนนั่งอยู่ ของเหลวขลุกขลิกที่จุกอยู่ในลำคอจะพุ่งปรี๊ดใส่หน้ามัน.............
เอาหล่ะ........เข้าเรื่องที่ค้างไว้ตอนที่แล้วเมื่อวาน ก็แล้วกันนะ เรื่องที่มันยืมเงินผมไปแล้วมันบอกจะมาคืนวันพุธ...........
ตกตอนเย็นเมื่อตระหนักแล้วว่า ต้องไปหามันที่บ้านแน่ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เหมือน เอาอ้อยเข้าปากช้าง เอาปลาทูไปให้แมว เอาเนื้อเข้าปากเสือ เอาถั่วดำไปประเคนให้มันซดถึงห้อง ผมก็เลยจัดแจงแต่งตัวเองให้ดึงดูดอารมณ์ทางเพศให้น้อยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดคดีข่มขืนด้วยการ
-ตามันเขียวปั๊ด ทั้งสองข้างเลย "แม่กรูตายตั้งแต่กรูอยู่ป.3 เส้นเลือดในสมองแตก กรูอยู่กับพ่อ แล้วก็เมียใหม่พ่อ" อืมมม วงเวียนชีวิตอีกแล้ว
ผมนึกขึ้นได้ว่าที่มันโดนซ้อมเพราะผม(ถึงจะไม่เกี่ยวกันเลยก็ตาม) ............เฮ้อ โล่งอก แหะๆ
ผมลุกขึ้นไปเอาอัลบั้มรูปมาให้มัน ผมก็เอามือตบเบาะ แป่ะๆ(ฝุ่นกระจาย) บอกมานั่งใกล้ๆ มันจะเล่าความหลังให้ฟัง
เหล้าแก้วแล้วแก้วเล่ากรอกเข้าปากมัน ยังกับตูดมันรั่ว กรอกเท่าไหร่ไม่เต็ม ผมก็ได้แต่นั่งจิบ(เพราะปกติไม่ดื่ม เป็นพวกคออ่อน) แล้วก็ฟังมันพล่ามเรื่องที่มันอัดอั้นเต็มที่ ก็แปลกดีเหมือนกันนะผมว่า ชีวิตมันก็บัดซบดีเหมือนกัน ผ่านอะไรมาเยอะมาก โดนปล้น โดนยกพวกต่อย พัวพันพนันบอล หลังจากที่ผมคาดคั้น บีบคั้นและขืนใจให้มันยืนสัญญาว่าจะเลิกเล่นพนันบอลได้สำเร็จด้วยมายาที่มีอยู่น้อยนิด(กร๊ากกกกกกกกกกก)ได้สำเร็จ ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ....
เหตุการณ์ต่อไปที่จะเล่าเป็นเรื่องราวที่มันเล่าให้ฟัง ข้อเท็จจริงจะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการหนักหัว เหมือนใครเอาปุยเมฆเป็นตันๆมาทับ ตาลืมขึ้น ๆ ๆ แสบตาว่ะ ผมลุกพรวด......... เมิงอยู่ไหน กรูอุตส่าห์ไว้ใจ เมิง... ผมตัดสินใจนั่งรอมันอยู่ในห้องเพื่อรอเคลียร์กับมัน เพราะใจยังรู้สึกผิด ไม่ได้รู้สึกผิดที่ตบหัวมันหรอกนะ แต่ผิดที่พูดเรื่องพ่อมันอย่างนั้น...........ระหว่างที่นั่งเอาน้ำแข็งประคบปาก ในใจก็คิดทบทวนอะไรไปเรื่อยเปื่อย " กรูขอโทษ เมิงได้ยินป่าว"
เดินลงมา ผ่านรถที่มันจอดไว้ ชะโงกหน้าไปดู ย้อนรอยที่ทำไว้เมื่อคืน ปรากฎว่าสะอาดเอี่ยม แสดงว่ามันกินไป เอ้ย..เช็ดไปแล้ว เมื่อคืนคงเช็ดอ๊วกกรูทั้งคืน สะใจ 555 กรูบอกแล้วว่า กรูไม่กินเหล้า ยังจะพากรูไปกิน ดี สม... กรูม่ายยยช่ายยย เกย์ จะจีบทำม้ายยยยตอนเย็นวันนั้นผมขับรถไปทำงานเข้ากะดึกตามปกติ
สักพักก็มีเพื่อนที่ทำงงานสายการบินแถบตะวันออกกลางสายหนึ่งโทรมาบอกว่า เค้ากำลังจะรับสจ๊วต....... " วิ๊ดวิ๊วๆ คู่รักยม ขย่มโลก" เสียงพี่เต้ย หัวหน้า
แมร่งแซวมาแต่ไกล ผมรีบฉีกรัศมีออกมาจากที่เดินข้างมัน
ฉิ่งไปเดินคนละข้างทางด้วยความอาย ในใจก็ก่นด่า ขย่มบ้านเมิงสิ ไอ่พี่เต้ย
()ไม่กล้าด่าออกเสียงกลัวโดนไล่ออก ผมบึ่งรถจากสนามบินเข้าออฟฟิส
เจอมันนั่งสูบบุหรี่อยู่หน้าออฟฟิส วันสมัครงานวันแรก
ผมลางาน วันโทรมาแต่เช้า
ผมไม่เจอหน้ามันเลยเป็นอาทิตย์ เพราะกลางคืนผมอ่านหนังสือ
ปิดโทรศัพท์ กลางวันทำงาน ห้ามพกโทรศัพท์ นอกจากวิทยุ....ชีวิตมันหลวมๆยังไงไม่รุ
วันพุธผมหยุด เลยได้ทีแว๊บไปสัมภาษณ์งานมา ก็เรื่อยๆไม่มีอะไร เพราะไม่คิดว่าจะได้อยู่แล้ว
เสร็จจากภารกิจก็เกือบค่ำ แล้วก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย จนกระทั่งเมื่ออาทิย์ที่ผ่านมา
ผมได้รับโทรศัพท์ว่า ตอนที่ 3 (ช่วยเล่าคร่าวๆก่อนที่จะสู่เลิฟซีนในห้องนอน ผัวเป็ดมาที่บ้านเป็ดในชุดนอน มาถึงเจอแม่เป็ดนั่งดูอุ้มรักอยู่ แม่ :
"อ้าวมาทำไมดึกป่านนี้ล่ะลูก..." เป็ด :
"เมิงไม่ต้องมาอ้อนแม่กรูเลยนะแม่กรูไม่ชอบเด็ก"
ระหว่างที่ผมอาบน้ำอยู่ เสียงมันก็ตะโกนถามเป็นระยะๆ "ทำอะไรอยู่ทำไมเงียบ ว่าวอยู่เหรอ........" ปังๆๆ เสียงมันเคาะประตู
ผมติดอยู่ในห้องน้ำกับมัน 2 คน
ใจแมร่งโคตะระสั่นเลยตอนนั้น สั่นกลัวนะ ไม่ได้สั่นสู้ ผมกองลงไปอยู่กับพื้นห้องน้ำ เออ ดิ ตอนเด็กๆ กรูนวดให้แม่ กรูบ่อย" ผมเงียบ(เพราะเคลิ้ม)
แต่จะทำไงได้ เมื่อถึงตอนที่ผมอยากรู้เรื่องชีวิตมันก็ทำได้แค่รับรู้แล้วหล่ะ ท่ามกลางความมืดและเงียบสงัด ผมได้ยินเสียงหัวใจผมเต้นอย่างชัดเจน
เพราะความตื่นเต้น บวก ตื่นตระหนก ที่ต้องมานอนร่วมเรียงเคียงหมอนกับชายที่ตัวเงอไม่เคยไว้ใจ
กระซิกๆ แต่มีอีกเสียงนึงที่ยังคงก่อกวนเสียงเต้นของหัวใจผม มันกอดผมแน่น ยังกะลูกลิงกอดแม่ ผมน๊าก็ยอมมันช่วงนั้น ผมผล๊อย หลับไปตอนไหนไม่รู้ รุ้แต่นานน่ะ กว่าจะหลับ เพราะอึดอัด
ตื่นมาอีกที ไม่เห็นมันแล้ว แม่บอกว่า " อ้อย สั่งไว้ว่า มันไปทำงานก่อน เข้างานกะเช้า" ตอนที่4 กรูไม่ใช่เกย์....จริงๆนะ..ฮือๆเลิกจีบกรูซะทีเหอะ IIII เนื่องจากไม่ทราบว่าเกิดอาเพศประการใดกระทู้นี้ดั๊นเผยแผร่
ลามไปถึงกระทู้ thaicabincrew ซึ่งที่นั่นเพื่อนที่ผมรู้จักก็เยอะแยะจนทำให้.................
เย็นวันนั้น
หลังจากที่ผมเสร็จธุระ มันก็โทรมา............. ผมยังคงหาทางบอกมันเรื่องที่ต้องไปอยู่เมืองนอก
แต่ยังไง๊ ยังไงก้จนใจ นึกไม่ออก ในห้องนี้ก็มีแต่คนยุให้เอากะมัน(จะเอากันยังไงยังไม่รู้เลยครับ)
ผมน่ะนึกไปนึกมาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะบอกยังไง กลัวไปสารพัด รู้ว่ากลัวไปเอง แต่ก็นะอดไม่ได้.................... ผมนอนนึกถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้
แต่สุดท้ายก็วกมาที่เรื่องของมัน ถามผมว่าผมใจหายมั๊ย เมื่อวันที่จะต้องพูดคำว่า
"กรูไปก่อนนะ" กับมัน หายครับ หายไปทั้งใจแน่ ไหนจะห่วงแม่ ห่วงน้อง
ห่วงมันอีก แต่ก็ ไม่รู้ว่ามันจะยอมมาส่งรึปล่าวก็ไม่รู้............ ผมยังคงนอนไม่หลับกระสับกระส่าย เป็นอะไรมากป่าวว่ะเนี๊ยะกรู ทำไมต้องกลัวมันเสียใจขนาดนั้น หรือว่าไอ่ที่กลัวๆน่ะ กลัวตัวเองต้องเสียใจซะเอง............. ตัดสินใจลุกขึ้นมาเปิดคอม
เข้าพันทิพย์ หากระทู้ที่พิมพ์เองกับมือ ผมว่าความรู้สึกทุกอย่างที่ผมมีให้มันล้วนถูกเก็บไว้ในตัวอักษรทุกตัวที่ผมเขียน
บางทีมันอาจสื่อความรู้สึกที่แท้จริงของผมได้มากกว่าคำพูดก็เป็นได้.............. ยังไม่เสร็จ ผมยังคงรอต่อไป. ยังอีกเหรอว่ะทำไมมันเยอะจัง.........อ้าวหมึกจะหมดแล้ว แต่ก็ใกล้เสร็จแล้ว โอเค เสร็จแล้ว โห 100
กว่าหน้า มันจะอ่านมั๊ยว่ะเนี๊ยะ โห ลืมเปิดเสียงไว้
มีเบอร์โทรเข้ามา 8 เบอร์ เป็นของพี่โบ้ 7เบอรื อีกเบอรื เป็นของมัน ผมเลือกที่จะโทรหาพี่โบ้ก่อน
ด้วยเหตุผลที่ว่ากินเส้นให้หมดห่อน เหลือลูกชิ้นกินทีหลัง(เกี่ยวมั๊ยหว่า) ผมโทรไปครั้งแรกไม่ติด
ฟังเสียงรอสายอยู่นาน จนอดคิดไม่ได้ว่าหรือมันไม่อยากรับสายหว่า
กรูไปทำอะไรให้โกรธรึปล่าวฟะ(ปกติ ยิงเบอร์ไป นับ1 ยังไม่ถึง
3 ดีมันก็โทรมาแล้ว) ผมลองกดอีกที .............ผมยู่ไหนวะเนี๊ยะ
ที่นี่ที่ไหนว่ะ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ผมเดินตุปัดตุเป๋ ผ่านกอหญ้า
ไม่ใส่รองเท้า หักกิ่งไม่มา 1อัน เดินแกว่งไปแกว่งมา ผมงังเงียเดินจากชั้นสอง
แค่ร่าง ส่วนวิญญาณกำลังสู้กับงู้อีกตัว ผมขึ้นไปอาบน้ำ
ระหว่างที่มันนั่งดูผู้หญิง-ผู้หญิง แต่งตัวไปสักพัก ได้ยินเสียงมันเคาะประตู
รีบมาเปิด ผมสะพายเป้เตรียมพร้อม
มีกันแดดอยู่ข้างในเป้ จะบอกว่าผมนั่งฟัง seed
ไปตลอดทางก็นะ เดี๋ยวจะหาว่าโฆษณาให้เค้า คนวัยเดียวกันมันก็ต้องฟังแนวๆหน่อย
นั่งผ่านไปพอ ดีเจเปิดเพลงเพราะแมร่งสะกิดอีกและ
แล้วก็ทำตาเยิ้มมมม ผมก็เลยแกล้งหลับ สะกิดให้ตายก็ไม่ฟื้น.................... เราเดินหาหอเกือบ 5
กิโล ร้อนมากครับ แสบผิวเลยฝุ่นด้วยหายใจไม่ถนัด หอส่วนใหญ่มีแต่พี่ๆชาวโรงงาน
เพราะฉะนั้นสภาพหอจึง............. กรูม่ายยยยช่ายยย เกย์ จะจีบทำม้ายยยยยตอนที่5 โอย ออ้ย
กรูเมื่อยแล้วว่ะเมิง พากรูออกไปจากที่นี่เหอะ เมิงดูน้ำมูกกรูไหลเป็นทางแล้ว"
ผมเงยหน้าให้มันดู เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ เรานั่งรถ 2 แถวมาลงตลาดหัวตะเข้ หน้าโรงบาลลาดกระบัง เมิงจะไปเดินดูในแอรืพอร์ตอีกป่าว"
มันถามขณะอยู่ในแท๊กซี่ ตื่นมาอีกทีเพราะเสียงโทรศัพท์
ผงกหัวขึ้นมา อ้าว ไอ่อ้อย มันไมหัวเมิงมาอยู่บนบ่ากรู มิน่า กรูถึง
เมื่อยๆ...ผมยักไหล่ให้มันตื่น 2ครั้งก็แล้ว 3ครั้งก้แล้ว ยังไม่ตื่นนะเมิง ตามแผนที่คิดทันที ผมใช้ดรรชนีนิ้วชี้ของผมนี้ปาด
ปราดดดดดดดดด ไปที่ปากมัน ผมยื่นโทรศัพท์ให้มัน
มันทำหน้างงๆ ผมเลยยัดใส่มือมันเลย พลางเมินหน้าหันไปทางอื่น เพราะไม่อยากได้ยินที่เค้าพุดกัน
มันยังไงไม่รู้ แต่มันก็ดั้นได้ยิน เฮ้ยพูดอะไรวะ
ไม่เห็นรู้เรื่อง ไม่คุยแล้ว " เช้าวันเสาร์ผมเข้ากะเช้า มันหยุด เลิกงานบ่าย 2 โทรหาพี่โบ๊ พี่โบ๊บอกว่าให้ผมเอารถไป อย่าให้มันเอารถไป แล้วทีนี้พี่โบ๊จะจัดการให้มันไปนั่งรถพี่โบ๊เอง ผมฟังแล้วก็ อือๆตาม แต่ในใจนึกโกรธตัวเองจริงๆ ผมไม่ได้อยากให้มันมีอะไรกับพี่โบ๊ ไม่ได้อยากให้เค้าทั้งคู่เป็นแฟนกัน ผมไม่ได้อยากยกมันให้ใคร เพราะมันไม่ใช่สิ่งของ มันมีค่ากว่านั้น............................... ผมแค่อยากให้มันมีใครสักคน ตอนที่ผมไม่อยู่ อยากให้มันคิดว่าชีวิตนี้ยังมีคนที่มันน่าจะลองคบหาดูอีกมากมาย แต่พอเหตุการณ์มันยิ่งกลายเป็นแบบนี้ มันก็เหมือนผมยิ่งผลักไสมันให้ออกไปจากชีวิตผม...........................................................................กรูขอโทษเมิงว่ะ ...อ้อย T_T "ออดดดดดดดดดดดดดดดดดด"
เสียงออดยาวเหมือนคนกดออดไม่เป็นแบบนี้ ผมแทบจะไม่ต้องชะโงกหน้าไปดูเลยว่าเป็นใคร " อ้อย มานี่หน่อย
มาช่วยเลือกเสื้อหน่อย" ผมตะโกนเรียก ผู้คนเดินกรูเข้าไปในโดมมากมาย ผมเริ่มถูกเบียดออกห่างจากมันทุกที ทุกที ผมหน้าชา เหมือนโดนทิ้ง แต่จริงๆผมเองเป็นฝ่ายทิ้งมัน ผมชะเง้อหน้ามองหามัน ผู้คนยังคงเบียดเสียดกันเข้ามา แล้วผมก็เจอสายตาคู่นึง มันเองก็กำลังมองหาผม มันยกมือเรียก..........................น้ำตาผมแทบไหล มันยังคงต้องการผมแม้แต่ตอนนั้น ....ขอบใจเมิงว่ะอ้อย.............ขอบใจที่ยังเห็นกรู ผมตัดสินใจเดินเบียดฝูงคนเข้าไปให้ถึงมัน
เบียดเข้าไป จนในที่สุดผมก็ถึงที่มันยืนอยู่ พี่โบ้เป็นคนเดินหาเก้าอี้
เราเจอที่ที่เราได้นั่ง พี่โบ้ขยับเก้าอี้ตัวแรกให้ไอ่อ้อยนั่ง สนธิสัญญาสารภาพที่ผมเตรียมไว้ถูกใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายมันตอนที่อยู่ในรถก่อนเข้าโดม
ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะได้อ่านเมื่อไหร่ แต่หวังไว้ว่าถ้ามันได้อ่านมันจะเข้าใจทุกอย่างที่ผมทำ................................................. ..".........เดี๋ยวโว้ย
กรูไปด้วย............. แมร่งทิ้งกรูสาด เดี๋ยวป๊าดดดเหนี่ยวเลย"
มันทำท่ายกศอก ผมแปลกใจ "เมิงว่าพี่โบ้เป็นไงมั่ง"
ผมลองแย๊บๆถามดู แต่ก็ต้องลง
สั่งเต็มที่เลยนะ
พี่เลี้ยง " พี่โบ้ใจใหญ่ขึ้นมาทันที ........คนบางคนเข้ามาในชีวิตเรา
ไม่เหลือไว้เพียงแต่รอยเท้า............................. ผมขับรถมาทางเดิม
แต่คนละอารมณ์ ความโกรธเมื่อกี้หายไปหมด เหลือแต่ความรู้สึกผิด....................และเป็นห่วง . ผมจอดรถทันที.. มันเงยหน้าขึ้นมามอง................แล้วก้มหน้าลงต่อ
ผมนั่งใกล้มัน เราทั้งคู่นั่งกันอยู่หน้าป้ายรถเมล์
ซอย ม สุโขทัย ผมจำที่นั่นขึ้นใจ ตอนนี้ก็ยังนึกถึง
นึกถึงหน้าที่มันเงยขึ้นมาแล้วมีน้ำตานองหน้า ......................................................................
คืนนั้นผมยังคงนั่งก้มหน้ามองเท้าตัวเองเป็นเพื่อนมัน
นานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวว่าด้วยพิษไข้ และอดนอน ทำให้ผมเริ่มเจ็บคอ ตัวเริ่มร้อน
ตาเริ่มล้าๆ ลายๆ ........ตื่นมาวันอาทิตย์ด้วยอาการไข้ขึ้น.....ผมโทรศัพท์ไปลางานกับพี่เต้ยอีกวัน
พี่เต้ยด่ามา 2-3 คำ เรื่องต้องจัดเสก็ทใหม่ ด่าเสร็จแกก้ถามว่าไปหาหมอยัง....ด้วยความเป็นห่วง
อือ ถึงจะด่าเก่งแต่ใจดี ผมลุกขึ้นมาต้มโจ๊ก แม่กลับมาตอนเย็น เปิดเวปพันทิพย์..................ตกใจที่กระทู้มีคนสนใจเยอะมาก
ไม่คิดว่า ชีวิตคน 2 คนจะทำให้คนหัวเราะ ร้องไห้ไปด้วยได้
ผมเลยตัดสินใจไม่ออกไปไหนทั้งวัน นั่งพิมพ์เรื่องนี้ให้จบ......แต่มันไม่จบ
แม่คงตกใจว่าผมเป็นอะไร
เพราะตอนนั้นร้องไห้นานมาก คืนวาน
ผมเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ทั้งคืนหวังในใจว่า มันโทรมา ผมจะได้ตื่นรับ ไม่มีเบอร์มันสักเบอร์
ผมเจอแต่ mms 1 ข้อความ เปิดออกอ่าน ระหว่างที่เพียรพิมพ์ข้อความให้เพื่อนอ่าน
ผมพยายามโทรหามันเกือบร้อยรอบ รู้ทั้งรู้ว่ามันทำงาน ไม่ใช้โทรศัพท์ผมก็ยังโทร... ผมสังหรณ์ว่ามันจะอ่านสนธิสัญญาสารภาพแล้ว
แต่ผมไม่สามารถเดาใจมันได้ว่ามันจะรู้สึกยังไง กรูไม่รู้ว่าเมิงคิดยังไง ผมลาออกคืนนี้ หลังจากคืนนี้ผมคงไม่ได้ไปทำงานอีก เพราะจะใช้วันลาสะสม ลาต่อเลย ผมอยากใช้ชีวิตที่นี่กับครอบครัวให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเมิงด้วยนะอ้อย . ผมขอขอบคุณเพื่อนๆ
และมิตรภาพจากในห้องนี้นะครับที่อยู่เป็นเพื่อนผม มาตลอด เรื่องในนี้อาจจะจบแค่นี้ ถามผมว่าผมรักมันมั๊ย-----ตอนนี้ผมรักมัน แต่สุดท้ายมันก็ต้องจบ นี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับผม
กรูม่ายยยยช่ายยย เกย์ จะจีบทำม้ายยยตอนที่6 ผมเพิ่งกลับมาจากอยุธยา.... บ้านมัน ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย ผมขับรถ น้ำตาไหลทั้งขาไป....... และขากลับ.............. "อะไรของเมิงอีก
จะลาออกอีกแล้ว" พี่เต้ยส่ายหน้า
............มันว่างปล่าว
หัวใจมันก็คงว่างปล่าวเหมือนล๊อกเกอร์ของมัน ผมเอามือลูบล๊อกเกอร์มันเบาๆ ผมไขกุญแจล๊อกเกอร์ของผมเพื่อจะเก็บกระเป๋า............ ทุกอย่างที่ผมทำตั่งแต่ก้าวเท้าเดิน พูดทักทาย เอื้อมมือเปิดล๊อกเกอร์ ล้วนมาจากการสั่งการของสมองทั้งสิ้น แต่หัวใจผมตอนนั้น มันเหมือนลูกลิงที่วิ่งตามหาแม่ของมัน มันลุกลี้ลุกลน กระวนกระวาย แต่ขณะเดียวกันกันก็ห่อเหี่ยวและโหยหา...................... .............ล๊อกเกอร์ผมเหมือนเดิมทุกอย่าง ยกเว้น..... . . "....เป็ด.... ผมนั่งลงอ่าน จม มันซ้ำแล้วซ้ำอีก วนไปวนมา
น้ำตาแมร่งไหลอีกจนได้ ผมเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทำไมมันเหมือนในละคร
ใครประพันธ์บทละครเรื่องนี้ ผมสงสัย?... คุณใจร้ายมากที่เล่นตลกกับชีวิตผมอย่างนี้........... 7 โมงเช้า ผมขึ้นไปที่ห้อง 410ที่มันอยู่
รองเท้าไม่อยู่หน้าห้อง ใจผมหายวาบบ ผมเคาะประตู บิดลุกบิด เรียกชื่อมัน
ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผมเคาะอีก เคาะอีก เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ
ดังขึ้นเรื่อยๆ ดังขึ้น ๆๆๆๆๆๆ มันอะไรกันนักกันหนา ทำไมต้องลงโทษผมอย่างงี้ด้วย ผมตัวชา หน้าชา
ฤทธิ์ไข้ยังไม่ส่าง แต่มันไม่ใช่อุปสรรคแม้แต่น้อย ผมบึ่งรถมุ่งหน้าไปอยุทยาทันที ตอนที่7 หลังจากทิ้งตัวลงนอน บนเตียงเตียงเดิม หมอนใบเดิม ในใจยังคงร้อนรนพยายามให้รู้สึกเจ็บแทนคนที่ตัวเองเคยทำร้าย สมองก็คอยแต่คิดว่ามันกำลังคิดอะไรของมันอยู่ ......แล้วมันอยู่ที่ไหน แต่ร่างกายเหนื่อยล้าเต็มทน 2วัน 2 คืนกับการที่ต้องอดหลับอดนอน บวกพิษไข้ ทำให้ในที่สุด......ผมหลับได้ในเวลาไม่นานนัก เสียงฝนตกเป๊าะแปะ
กระทบหลังจากบ้านปลุกผมตื่นขึ้นมาจากหลับที่ลึกและยาวนาน ผมรู้สึกปลอดโปร่ง
ไข้ส่างแล้ว วูบแรกผมรู้สึกว่าผมเป็นคนเดิม คนที่ไม่เคยมีมันอยู่ในชีวิต
ในความคิดมาก่อน แต่พอได้สติกลับมา ผมจึงรู้ว่า ผมตื่นขึ้นเพื่ออะไร เรื่องราวต่างๆ
เริ่มทยอย เข้ามาในหัว มันชัดเจน ชัดซะจนผมต้องนั่งก้มหน้ากุมขมับอีกครั้ง
ด้วยความรู้สึกที่ว่า มันไม่ใช่ฝันหรอกเหรอ ผมกนึกว่าตลอด
อาทิตย์กว่าๆที่ผ่านมามันคือฝัน ...............แต่มันไม่ใช่ "หาคุณอ้อยให้เจอนะคะคุณเป็ด ลองไปดูที่วัดที่คุณอ้อยเคยอยู่รึยังคะ เอาใจช่วยค่ะ ขอให้ได้เจอกัน ผมกระโดดลุกจากคอมทันที ใช่ ที่ที่มันควรจะอยู่ที่สุด ทำไมผมถึงคิดไม่ออก แมร่งงง โง่บรม "แม่............แม่" ผมตะโกนหาแม่ ผมอาบน้ำแต่งตัว มองหน้าตัวเองในกระจก แมร่งตาบวมสาดดด
นึกว่าตานกฮูก นี่กรูร้องไห้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ เพราะเมิงคนเดียวไอ่อ้อย เพราะเมิง
อย่าให้กรูเจอ กรูเอาเมิงตายแน่....ผมคิดในใจ เพราะครั้งนี้มั่นใจว่าเจอมันแน่ ในใจเริ่มมีความหวังขึ้น ผมขับรถมุ่งตรงไปยัง อ.เสนาทันที ฝนตกปรอยๆไปตลอดทางให้ได้ชุ่มฉ่ำเล่น
สองข้างทางรถติดบ้างเป็นระยะเนื่องจากมีการขยายถนน แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่ประการใด
ผมยังคงจดจ่ออยู่กับการไปให้ถึงในที่ที่มันว่ามันควรจะอยู่ ผมบึ่งรถมุ่งตรงไปยัง อ.บางซ้ายทันที เนื่องด้วย 2อำเภอนี้มีพรมแดนติดกัน บึ่งมาได้ครึ่งกิโลได้มั้ง
ตาเหลือบไปเห็นกระเช้าผลไม้กับขนม รถผมค่อยๆเลี้ยวเข้าไปจอดหน้ากุฏิหลังนึง ตอนนั้นประมาณบ่ายกว่าๆ
ผมเดินดุ่ยๆเข้าไป เห็นพระรูปนึง ตกใจอ่ะ หน้าเหมือนไอ่อ้อยโคตร ผมหยุดกึกเลยครับ
จ้องไปใหม่ อ่าววไม่ใช่นี่หว่า เวน นึกว่าเสียใจถึงขั้นหนีบวช ผมเดินออกมา โดยมีไอ่กล้วยเดินตามหลัง ผมหันไปมอง ไอ่เด็กนี่มันจะมาเดินตามทำหล๋อยอะไรวะ
ผมกลัวมันจะมาขัดอ่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก คือผมอยากคุยกับมัน 2คนให้รู้เรื่อง
ผมมองหน้ามันงงๆ มันทำหน้าผีใส่ มันนั่งอ่านหนังสืออะไรสักอย่าง ใส่เวื้อสีขาว กางเกงเลก็สีขาว
ผมใจหายวาบ เกิดอะไรขึ้นกับมันว่ะ ผมกะลังจะก้าวเท้าไปหามัน
และอยากจะกอดมันจากข้างหลังเหมือน คห ข้างบนว่าเหมือนกันนั่นแหละ
แต่นี่มันชีวิตจริงอ่ะดิ ไม่มีอะไรจะเป็นไปอย่างที่เราอยากให้เป็นไปหรอกครับ สิ้นเสียงมันปรามเพื่อนมัน หมาสองตัวหมอบคาทีนมันราบคาบ อืม ท่าทางจะพูดกับหมารู้เรื่องกว่าพูดกับคน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งได้ยินแต่เสียงฝนกระทบหลังคากระเบื้อง "เมิงทำไมไม่โกนหนวด"
มันถามผม เพราะปกติ ผมจะไม่ยอมปล่อยให้หนวดโผล่มาชื่นชมโลกภายนอกแม้แต่เส้นเดียว
มันเงียบอีก...................ผมยังคงไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน
ไม่รู้จะบอกยังไง ไม่รู้จะพูดยัง ผมก้มหน้าเอาคางเกยขอบศาลามองฝนที่ตกลงในสระ
เป็นวงๆๆๆ มองแล้วมึนหัว แต่ก็เพลินดี ผมยังคงมองไปเรื่อยๆ ที่นี่สงบดีจัง
ผมหายใจได้เต็มปอด ไม่แสบจมูก และที่สำคัญรู้สึกเย็น เข้าถึงสมาธิชั้นสูงแล้วนะเนี๊ยะถ้าไม่............................ บอกตรงๆว่าตอนนั้นผมรู้สึก อืม นี่แหละ
สิ่งที่ผมตามหามาตลอดเกือบอาทิตย์ ตอนที่มันไม่อยู่ ผมห่วง ผมคิดถึงมันนะ แล้ว ณ ตอนนี้พอได้อยู่ด้วยกันเหมือนที่เราทำทั้งหมด
ไม่ว่าจะ ร้องไห้ โพสกระทู้บรรยายซะเหมือนคนบ้า(บ้าสำนวน) ตีอกชกหัวตัวเอง ขับรถมาถึงยุดยาทั้งที่ไม่ได้นอน
ร้องไห้เป็นวรรคเป๋นเวนจนแม่เป็นห่วง พอมาถึงตอนนี้ ตอนที่มันอยู่ใกล้ๆ เอ้ยย
มันหายไปหมดเลย ความสนิทกลับมาเหมือนเดิม นี่แหละน้าที่เค้าบอกว่า 3วันจากนารีเป็นอื่น แต่กับเพื่อนไม่ว่าจะนานแค่ไหน เราก็ยังเหมือนเดิม
เอ่อ
ผมทำให้ทุกคนเข้าใจอะไรผิดไปรึป่าวครับ คือไอ่อ้อยมันไม่ได้น่าตาดีขนาดนั้น ตามันแค่โปนๆเหมือนอ๊อฟ
ส่วนผมก็นะ ช่างห่างไกลกับคนนั้น(ใครฟ่ะ ไม่ค่อยรู้จักลาลา) ราวฟ้ากับแกนแม่เหล้กกลางโลกเลย ...........กรูกลัวผีอ่ะ
เลยร้อง" ผมว่ามันก็กลบเกลื่อนเหมือนกันแหละ แมร่งไม่เนียนเลยอ่สาดดดด วันนี้ผมขอค้างไว้แค่นี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังทั้งหมดที่ค้างไว้นะครับ ขอไปคุยเรื่องไอ่อ้อยกับแม่ก่อน แม่กลับมาแล้ว พรุ่งนี้ผมสัญญาว่าจะเล่าให้ฟังทั้งวันเลยครับหลังจากพรุ่งนี้แล้วก็จะหายไปอีก 3-4 วัน (ฟามลับ คริๆ) แล้วจะมาเล่าตอนจบให้ฟังครับ ตอนนี้ขอไปทำใจก่อนนะครับ |
|
|||||||||||||||
|
|